จริงหรือไม่!!! เคี้ยวหมากฝรั่ง ช่วยลดความอ้วน !?

จริงหรือไม่!!! เคี้ยวหมากฝรั่ง ช่วยลดความอ้วน !?

เหตุผลที่ควรเลิกเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อลดความอ้วน

14 July 2015
Mollacake
14 July 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

 สาวๆ คนไหนชอบเคี้ยวหมากฝรั่งบ้างเอ่ย? เคี้ยวหยับๆ ระหว่างทำการบ้าน ทั้งเพลินทั้งสนุกสนาน หมากฝรั่งยังเป็นตัวเลือก “กันตาย” ที่จะช่วยระงับความอยากอาหารและทำให้กินได้น้อยลงอีกด้วยนี่นา ( อย่างน้อยก็ได้ยินมาอย่างนั้นนะ)

ถ้ากินน้อยลง แปลว่าน้ำหนักต้องลด เราก็จะผอมลงน่ะสิ! เฮ่ >-<!

ช้าก่อน เอี๊ยดดดดดด! การเคี้ยวหมากฝรั่งไม่ได้ดีขนาดนั้น ลองคิดดูว่าถ้าเคี้ยวแล้วผอม โลกนี้คงไม่มีคนอ้วนแล้วล่ะ -_- เร็วๆ นี้มีงานวิจัยเปิดเผยว่า หมากฝรั่งไม่ใช่ตัวช่วยทำให้ผอมอย่างที่คิดหรอก! แน่ะ เราพูดจริงนะ ไม่ได้สกัดดาวรุ่ง มาลองดูเหตุผลกันว่าทำไมเจ้ายางยืดๆ ชิ้นนี้จึงไม่ช่วยให้เธอผอม เลื่อนลงมาดูข้างล่างเลย โกๆ!

 

1.การเคี้ยวหมากฝรั่ง ไม่ได้ช่วยลดความอยากอาหารหรือทำให้กินน้อยลงแต่อย่างใด!

 มีงานศึกษาวิจัยต่อเนื่องว่าหมากฝรั่งช่วยลดความอยากกิน และปริมาณอาหารที่กินว่าลดลงจริงหรือเปล่า? เกิดการค้นพบว่ากลุ่มคนที่เคี้ยวหมากฝรั่งลดจำนวนมื้อที่กินแต่ละวันก็จริง แต่กินมื้อนึงทีเหมือนระเบิดลง! อาหารที่กินก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าคนที่ไม่เคี้ยวซะด้วย


 งานวิจัยอีกชิ้นพบว่ากลุ่มที่เคี้ยวหมากฝรั่งมีแนวโน้มจะไม่ค่อยกินผลไม้ และ “โหย” จั๊งค์ฟู้ดอย่างมันฝรั่งทอดกรอบเค็มๆ หรืออมยิ้มน้ำตาลท่วม ผู้วิจัยสรุปว่า เป็นเพราะสมิ้นท์ในหมากฝรั่งทำปฏิกิริยากับลิ้น กินผักผลไม้แล้วมีรสขม เมื่อขมแล้วก็ไม่อยากกินน่ะสิ! การเคี้ยวหมากฝรั่งรัวๆ จนแก้มบวม กรามใหญ่แค่ไหนก็ไม่ช่วยให้ลดความหิวหรือกินน้อยลงได้หรอก  หมากฝรั่งรสมิ้นท์ทำให้เธอไม่อยากกินผักผลไม้ แล้วจะผอมได้อย่างไรกันล่ะ T_T

image_16337
- ที่มารูป: www.crizic.com
image_16335
- ที่มารูป: childrenshospitalblog.org

 

2.เคี้ยวหมากฝรั่งทำให้ระบบย่อยอาหารแย่ลงด้วย!

การเคี้ยวในร่างกายของเราถูกสร้างมาเพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหาร! เมื่อเธอเคี้ยวหมากฝรั่งหยับๆ เมื่อไหร่ ระบบประสาทที่ทำงานร่วมกันในร่างกายจะเร่งให้ผลิตเอนไซม์  แต่การเคี้ยวโดยไม่มีอาหารตกถึงท้องเป็นการฝืนธรรมชาติ! เมื่อเธอเคี้ยวหมากฝรั่ง ร่างกายจะส่งสัญญาณว่า “เฮ้ย กำลังมีอาหารเข้ามาให้เราดูดซึมแล้วนะ ทั้งกรดเอย เอนไซม์เอยก็จะทยอยหลั่งออกมาเพื่อเตรียมรับสารอาหารเต็มที่ แต่เมื่อไม่มีอาหารให้ย่อย อะไรเกิดขึ้นล่ะ ระบบก็รวนน่ะสิ!

 อะฮ้า ลองทายซิว่าผลต่อจากนั้นคืออะไร หน้าท้องบวมไงล่ะ! เหตุผลก็คือมีกรดในกระเพาะมากเกินไปนั่นเอง และเมื่อเธอกินอาหารจริงๆ เข้าไป ประสิทธิภาพการย่อยก็จะไม่ดีเท่าตอนแรกแล้ว อาเมน TwT

ข้อเสียอีกอย่างของการเคี้ยวหมากฝรั่งคือ อาจทำให้กรามไม่สมดุลกันอีกด้วย (ถ้าเธอถนัดเคี้ยวอยู่แค่ข้างเดียวน่ะนะ) หรืออาจทำให้ข้อต่อกรามของเธอผิดปกติได้เลย ซึ่งโรคนี้เรื้อรัง รักษาไม่หายด้วยล่ะ ถ้าเธอโหยและต้องการเคี้ยวจริงๆ ล่ะก็ อย่าเคี้ยวบ่อย และเคี้ยวก่อนมื้ออาหาร กรดและเอนไซม์ที่หลั่งออกมาจะได้ไม่เสียเปล่านะคะ!

image_16338
- ที่มารูป: ladything.com
image_16340
- ที่มารูป: www.thenutritionalhealingcenter.com

 

3.ถึงจะเป็นหมากฝรั่งแบบไม่มีน้ำตาล (Sugar-Free) ก็ทำลายฟันได้เหมือนกัน!

 เธออาจคิดว่า “เฮ้ย อุตส่าห์เลือกหมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาลแล้ว ก็ต้องทำให้ผอมดิ” ติ๊ดๆ! ผิดถนัด หมากฝรั่งแบบชูการ์ฟรีนี่แหละตัวดี มันมีส่วนผสมเป็นสารให้ความหวานไซลิทอลผสมแอลกอฮอล์ (sugar alcohol xylitol ) อยู่ด้วย! (ฮิตมาก ใส่ในอาหารแบบ Sugar-Free เกือบทุกยี่ห้อ) ข้อดีคือช่วยไม่ให้ฟันผุ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาหารทุกอย่างที่แปะป้ายว่า “ไม่มีน้ำตาล” เธอจะกินได้สบายใจไม่ต้องแคร์ฟันสวยๆ นะจ๊ะ

หมากฝรั่งแบบ Sugar-Free มีการเติมกลิ่นแต่งรสที่มีความเป็นกรด ใส่วัตถุกันเสียซึ่งมีผลทำให้ฟันกร่อนและสะสมการเกิดหินปูนทีละน้อยๆ  แม้จะมีสารไซลิทอลป้องกันฟันผุแต่ก็ช่วยยับยั้งไม่ได้มาก เมื่อหินปูนสะสมไปนานๆ เธอจะได้ร้องโอดโอย รีบไปหาหมอให้อุดฟันกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว!

image_16346
- ที่มารูป: www.womenshealthmag.com
image_16348
- ที่มารูป: dentaclean.ch

 

 

 

4. น้ำตาลเทียม: อีกหนึ่งตัวร้ายในหมากฝรั่ง Sugar-Free!

หมากฝรั่งแบบ Sugar-Free มีสารให้ความหวานอีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้คือ ‘น้ำตาลเทียม’ นั่นเอง! เธอพอคุ้นชื่อ ‘แอสปาแตม’ บ้างไหม? นั่นแหละตัวร้ายเลย! น้ำตาลพวกนี้มีการเผาผลาญในร่างกายจนกลายเป็น Wood Alcohol (ยาพิษชนิดหนึ่ง) และฟอร์มาลดีไฮด์ ( สารก่อมะเร็งที่ใช้เป็นน้ำยาอาบศพ และร่างกายไม่สามารถกำจัดออกไปได้ ไม่ว่าตับและไตจะทำงานหนักสักเพียงใดก็ตาม)

‘ซูคราโลส’ เป็นสารให้ความหวานยอดฮิตอีกตัวหนึ่งที่ใช้ในหมากฝรั่ง  แต่ที่น่าแปลกคือ องค์การอาหารและยารับรองสารตัวนี้จากหลักฐานที่ใช้กับผู้ทดลองเพียงสองคน และใช้เวลาสี่วันเท่านั้น! (อะไรกันเนี่ย) งานวิจัยในสัตว์ยังเผยว่าน้ำตาลเทียมทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจาง ไตบวม ตั้งครรภ์แล้วแท้ง และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตอีกด้วย

  น้ำตาลเทียมทำให้ระบบร่างกายแปรปรวนเพราะฮอร์โมนผิดปกติ กระตุ้นความอยากอาหารถึงขีดสุด ทำให้เธออยากกินแป้ง กินคาร์โบไฮเดรต และสะสมไขมันไว้ในร่างกายเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก เป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักบนตาชั่งขึ้นรัวๆ น่ากลัวอย่างนี้หลีกหนีให้ไวเลยด่วนๆ!

image_16353
- ที่มารูป: fracturedparadigm.com
image_16355
- ที่มารูป: i0.wp.com

 

5. เคล็ดลับมหัศจรรย์ : วิธีลดน้ำหนักโดยไม่โยโย่

สูตรลดความอ้วนครอบจักรวาลที่ใช้ได้ทุกคนคือการจำกัดคาร์โบไฮเดรตอย่างเคร่งครัด! กินข้าวหรือขนมปังไม่ขัดสีอย่างโฮลวีต น้ำหนักก็ลดลงแล้ว! เลี่ยงแป้งเชิงเดี่ยวอย่างซีเรียล ขนมปังเบเกิล วาฟเฟิล เพรทเซล เพราะเพิ่มระดับอินซูลินในเลือด และทำให้กินหวานเท่าไหร่ก็ไม่พอ! ผลที่ตามมาคือโรคหลายอย่างที่มีอาการเรื้อรัง และแน่นอน อ้วนขึ้นแน่ๆ!

เราแนะนำให้เธอตัดแป้งแสนอร่อย (แต่โทษแสนสาหัส) ออกจากมื้ออาหาร แล้วแทนที่ด้วยผักผลไม้สดๆ และอาหารไขมันดีอย่างอโวคาโด น้ำมันมะพร้าว เนย น้ำมันมะกอกและถั่วแมคคาเดเมีย คาร์โบไฮเดรตในผักแทบไม่มีผลเสียใดๆ กับร่างกาย (ก็มันน้อยจนแทบไม่มี) ไฟเบอร์ในผักช่วยชะลอกระบวนการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยว หรือชะลอความอ้วนนั่นแหละ และยังช่วยทำให้เธอไม่ดื้อต่ออินซูลิน ไม่หิวพร่ำเพรื่ออีกด้วย

 เมื่อเธอตัดอาหารประเภทธัญพืชและน้ำตาลออกจากมื้ออาหาร เพื่อไม่ให้น้ำหนักเด้งกลับ หรือที่เรียกว่า ‘โยโย่ เอฟเฟคต์’ นั้น เธอต้องเพิ่มปริมาณผัก โปรตีน และไขมันดีเพื่อทำให้ระบบร่างกายสมดุล เช่น น้ำมันมะพร้าว เพราะทำให้เอวกระชับเข้ารูป อกเป็นอกเอวเป็นเอวเลยทีเดียว ฮิ้ววว ≧▽≦

image_16356
- ที่มารูป: www.burnstomachfat101.com
image_16357
- ที่มารูป: www.healthcastle.com
image_16358
- ที่มารูป: www.organicfacts.net


เห็นหรือยังสาวๆ ! น้ำตาลเทียมที่ผสมในหมากฝรั่ง ไม่ดีอย่างที่คิดหรอกนะ! สารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้นไม่มีทางชนะอาหารสดใหม่จากธรรมชาติได้หรอก นอกจากไม่ช่วยให้ผอม กรามใหญ่แล้ว ยังเสียบุคลิกอีกด้วย หนุ่มคนไหนจะชอบผู้หญิงเคี้ยวหยับๆ น้ำลายกระเด็นตลอดเวลาล่ะ  ╯﹏╰ ไม่โอเคนะแกร!


  กว่าจะอ้วนต้องใช้เวลา มันค่อยๆ สะสมมาหลายปีจนเธอมีห่วงยางส่วนตัว พุงปลิ้น คางยื่น ดังนั้นเมื่อคิดจะลดความอ้วนก็ต้องทำตรงข้ามกันด้วยการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ นั่นแหละวิธีสู่หุ่นสวยอย่างยั่งยืน  ว่าแล้วก็หยิบรองเท้ากีฬาจากตู้แล้วไปวิ่งกันเถอะสาวๆ ซิสต้า แล้วพบกันในบทความหน้าค่ะ  ^____^

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @