15 วิธี สร้างกำลังใจ 'ออกกำลังกาย' เพื่อ หุ่นสวย !!

15 วิธี สร้างกำลังใจ 'ออกกำลังกาย' เพื่อ หุ่นสวย !!

อยากออกกำลังกาย แต่ไม่มีแรงใจเหรอ? ทำตามนี้เลย ^^

11 June 2015
☆* Dream Inspired *☆
11 June 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

     อยากหุ่นสวยนะ  ต้องทำไงเหรอ?  อ๋อ... ต้องออกกำลังกาย โอเค.. ตามนี้ ถ้าอยากหุ่นสวยก็ต้องออกกำลังกาย  ถ้าออกกำลังกาย เราก็จะหุ่นสวย เย้! หุ่นจะสวยแล้ว  แต่! รู้สึกไม่อยากออกกำลังกายยังไงไม่รู้แฮะ  ทั้งๆ ที่ถ้าทำก็จะสวยอยู่แล้วเชียว  แต่ไม่มีแรงใจอ้ะ ทำไงดี โฮๆๆ!

    งั้นเราก็อย่าปล่อยให้ความไม่มีกำลังใจ มากั้นขวางระหว่างเรา กับ หุ่นสวยๆ เลยนะคะ  มาดู 15 วิธี ที่จะทำให้เราเข้าใกล้หุ่นในฝันได้อย่างราบรื่นและมีความสุขกันดีกว่า เอาล่ะ! ไปดูกันเล้ย

1. ทำท่าดัดหลัง
image_7794
- ที่มารูป: www.herinterest.com

   สาวๆ จ๋า ถ้าเราไม่ได้ขยับเป็นเวลานานๆ จะทำให้พลังงานของเราถูกกักขังอยู่ในร่างกายจนฝืด ไม่อยากทำอะไร   ถ้าเราต้องการเพิ่มพลังตัวเอง เพื่อจะได้อยากออกกำลังกาย เราก็ควรจะขยับร่างกายและกระดูกสันหลังหมุนให้ทั่วทิศทางให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้  ขยับไปด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง และหมุน

    ทีสำคัญที่สุดคือ กระดูกสันหลังนั้นเชื่อมต่อกับระบบประสาททั่วร่างกายเรา ซึ่งเปรียบเสมือนขดลวดไฟฟ้า เวลาเรางอตัวไปด้านหลังและทำให้กระดูกสันหลังโค้ง  เราจะสามารถปลดปล่อยพลังงานที่กักเก็บอยู่ในกระดูกสันหลังของเราได้   ยิ่งทำได้ยืดหยุ่นมากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถปลดปล่อยพลังงานได้ดีมากเท่านั้น  การทำแบบนี้จะช่วยเร่งการหลั่งอะดรีนาลีน และช่วยแก้ปัญหาการเสพติดคาเฟอีนได้   ดีจังเลยนะคะ   การที่เรารู้การทำงานของร่างกายเรา จะทำให้เป็นประโยชน์ในการดูแลตัวเองอย่างมากเลยนะเนี่ย

2. ฟังเพลงที่ฟังแล้วอยากเต้น
image_7884
- ที่มารูป: www.herinterest.com

     ต่อมาก็คือ เพลง! หาเพลงที่ช่วยกระตุ้นให้เรารู้สึกอยากขยับ เคลื่อนไหวตัว เพลงที่มีจังหวะค่อนข้างเร็วจะได้ผลมากกว่าเพลงช้า และให้เปลี่ยนหลายๆ เพลงสลับกันไปเรื่อยๆ จะได้ไม่รู้สึกเบื่อค่ะ    เพลงจะส่งผลต่อสมอง และร่างกายของเรา ฉะนั้นอย่าลืมใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองนะคะ

3. กำหนดเป้าหมายการลดน้ำหนักให้ชัดเจน
image_7885
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

   หาสมุดปฎิทินซักเล่ม ที่สามารถจดบันทึกเพื่อติดตาม กระบวนการลดน้ำหนักของเรา  และกำหนดเป้าหมายที่ต้องการลดไว้ให้ชัดเจน  โดยระบุวันที่จะทำสำเร็จแล้ว เช่น

"วันเริ่ม : 10 มิถุนายน 2558  หนัก  60 กก."

"เป้าหมาย : วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 หนัก 45 กก."

  เพราะถ้าเราลงมือทำโดยไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน จะสร้างแรงผลักดันได้ยาก   เราก็เลยต้องทำให้ดูสมจริง และสามารถเห็นภาพได้ จะทำให้เรามีกำลังใจทำให้สำเร็จได้ง่ายขึ้นค่ะ

4. หาเพื่อนลดน้ำหนักด้วยกัน
image_7897
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

  หาเพื่อนซักคนที่เป็นคนตื่นตัวอยู่เสมอ มีพลังงานเหลือล้น และไม่ชวนคุณล้มเลิกไปง่ายๆ  ยิ่งถ้าเป็นคนที่ฟิต หุ่นดีอยู่แล้วจะดีมาก เพราะจะได้เป็นแรงผลักดันให้คุณมีกำลังใจว่าถ้าทำแล้วจะหุ่นดีเหมือนเพื่อนแน่นอน  

   กำหนดแผนการ และวันที่จะไปออกกำลังกายด้วยกัน  อย่าคิดว่าต้องไปออกกำลังกาย  ทำให้เป็นเรื่องสนุกเหมือนนัดกันไปเที่ยว  เจอกันปกติ ไปดื่มน้ำผลไม้ด้วยกันหลังออกกำลังกายอะไรแบบนี้   เมื่อเราสนุกกับการออกกำลังกายแล้ว ก็จะยิ่งอยากทำต่อไปเรื่อยๆ  อ้อ! หรือถ้าใครกล้าๆ หน่อย ก็ลองชวนคนที่กำลังปิ๊งอยู่ก็ได้นะคะ   คงจะอยากมาออกกำลังกายทุกวันเลยแหละ (。^_・)ノ

5. หาต้นแบบ
image_7914
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

   หืม... แค่เห็นรูปก็มีกำลังใจแล้วเนอะ     สาวๆ ลองติดตามคนที่ดังเรื่องการรักษาหุ่น ที่จะช่วยเป็นตัวอย่างให้กับเราได้ดูสิคะ  เวลาที่เรารู้สึกไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี ให้ลองเข้าไปดูใน youtube, Facebook หรือ Instagram ของพวกเขาเพื่อเป็นกำลังใจ  เราจะได้คิดได้ว่า  เอ๊! เขาก็เป็นคนเหมือนกับเรานี่แหละ  เขาทำได้เพราะอะไร  จัดเวลา  มีเคล็ดลับอะไร  ถ้าเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน   เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลดน้ำหนักมากมายเลย  เพราะคนพวกนี้จะชอบแชร์ การลดน้ำหนักของตัวเอง รวมถึงเทคนิคพิเศษด้วย  เราขอแนะนำให้ลองติดตามบุคคลเหล่านี้เพื่อเป็นกำลังใจกันนะคะ 

6. ติดตามผลลัพธ์
image_7948
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

   ถ้าคุณเป็นนักวิ่ง ก็ต้องติดตามดูว่าเราสามารถวิ่งได้เร็วขนาดไหน  วิ่งได้เร็วกว่าเดิมเท่าไหร่ถึงสามารถไปถึงเส้นชัยได้ทันเวลา   ถ้าคุณฝึกยกน้ำหนักอยู่ ก็ต้องติดตามดูว่าน้ำหนักขนาดไหนที่เราสามารถยกได้ แล้วเราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเรา  ถ้าสาวๆ อยากลดน้ำหนักก็อย่าลืมถ่ายรูป ก่อน และ หลัง แล้วเราก็จะได้เห็นผลของการลงมือทำของตัวเองนะ  คอยจับตาดูการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเรื่อยๆ แล้วจะทำเราให้มีแรงใจให้ทำต่อไปจนสำเร็จได้ค่ะ

7. อัพเดทความก้าวหน้าให้คนรอบตัวรู้
image_7950
- ที่มารูป: i.huffpost.com

     บางคนชอบซุ่มแอบออกกำลังกายคนเดียวเงียบๆ ไม่อยากให้คนอื่นรู้ แต่รู้มั้ยคะว่า การที่มีคนมาคอยให้กำลังใจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างแรงใจให้เราได้มากอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะคะ   จากนี้ให้บอกคนรอบข้างเราว่าเรากำลังลดน้ำหนักอยู่  และคอยอัพเดททาง Social บ่อยๆ เพื่อให้รู้ความก้าวหน้าของเรา  เมื่อคนได้รับแรงบันดาลใจจากการต่อสู้ของเรา  เราก็จะรู้สึกยินดี และอยากทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นต้นแบบให้คนอื่นต่ออีกด้วย

8. อย่า! ทาน หรือ ดื่ม ของที่ทำให้เราขี้เกียจ
image_7967
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

    ถ้าอยากออกกำลังกายได้  ก็พยายามอย่าทานของที่ทำให้ไม่อยากจะลุก ไม่อยากจะขยับนะคะ  โดยเฉพาะพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่จะกำจัดแรงจูงใจเราได้อย่างหมดจดเชียวล่ะค่ะ  เวลาออกกำลังกายแล้วอย่าให้รางวัลตัวเองโดยการดื่มพวกนี้นะคะ   เพราะถ้าดื่มแล้วเราจะไม่มีแรงพอที่จะไปออกกำลังกายในวันถัดไป  และจะทำให้ระบบเมตาบอลิซึ่มทำงานช้าขึ้นด้วยอีกนะ (;-_-)ノ 

image_7969
- ที่มารูป: thisiswhyyourehuge.com

  นอกจากนี้อาหารจำพวกขนมปัง พิซซ่า  พาสต้า และซีเรียลกับนม และอะไรก็ตามที่ใส่น้ำตาล ก็ทำให้ขี้เกียจได้เหมือนกัน   ต้องกินอาหารจำพวกผัก  อาหารรสชาติเผ็ด เช่น ขิง และ พริก จะทำให้เรารู้สึกมีแรงได้    รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ และน้ำผลไม้คั้นสด นอกจากจะมาจากธรรมชาติแล้ว  ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่ทำให้เรามีกำลัง  ไม่รู้สึกขี้เกียจ และยังช่วยในเรื่องกายย่อยอาหาร ทำให้รู้สึกตัวเบาและไม่ง่วงด้วย  ถ้าใครไม่มีแรงออกกำลังกายเพราะสาเหตุนี้ ลองเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีรสเผ็ด และน้ำผลไม้ดูนะคะ 

9. ลงมือทำในวันที่ไม่อยากทำอะไร
image_7982
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

     อาจจะฟังดูงงๆ กวนๆ แต่เป็นเรื่องสำคัญทีเดียวนะคะ  เพราะระหว่างที่เราตั้งใจว่าจะต้องลดน้ำหนักให้ได้  มันจะมีอยู่สักวันแหละ ที่เราจะ รู้สึกไม่อยากจะออกแรง ออกกำลังกายอะไรเลย  แต่วันนั้นแหละควรจะออกกำลังกายที่สุด  เพราะว่ามันจะกลายเป็นให้ความรู้สึกว่า ถึงแม้จะทำได้ไม่เต็มร้อย  แต่อย่างน้อยเราก็ลงมือทำอะไรซักอย่างนะ   จุดสำคัญอยู่ที่ว่าเราต้องการจะรักษาวินัยในการออกกำลังกาย และเอาความฝืดออกจากตัว ซึ่งจะทำให้การลงมือทำในวันต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่น  จำไว้นะคะสาวๆ การลงมือทำทีละนิด บ่อยๆ นั้น ดีกว่าการออกกำลังกายแบบหนักๆ ในวันเดียวจนเหนื่อย แล้วไม่มีแรงทำในวันต่อไปนะจ๊ะ

10. เข้าร่วม Challenges ใน Instagram
image_7996

    ถ้ารู้สึกออกกำลังกายคนเดียวแล้วเหงา  ลองเข้าร่วมการแข่งขันใน Instagram ดูสิ   เราจะสามารถติดต่อกับคนที่รักการออกกำลังกายทั่วโลก   ลองหาคนที่มีผู้ติดตามเยอะๆ แล้วเข้าร่วมการแข่งขันกับเขา เช่น โพสรูปตัวเองเล่นโยคะ   วันละรูป วันละท่า หรือ การแข่งอื่นๆ  แล้วคุณจะชอบกับการทีได้ปลุกกำลังใจให้คนอื่นๆ และรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่  ซึ่งจะทำให้รู้สึกว่า การออกกำลังกายของเรานั้นคุ้มค่า

11. อย่าดื่มกาแฟมากเกินไป
image_7997
- ที่มารูป: www.herinterest.com

    รู้มั้ยคะว่า  การดื่มกาแฟมากๆ จะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าได้   การดื่มมากกว่าหนึ่งแก้วต่อวัน จะสร้างความเหนื่อยล้าตรงส่วนไต แล้วเราจะรู้สึกหมดแรงได้ในที่สุด  ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรจะดื่มเพียงหนึ่งแก้วในตอนเช้า และไม่ควรดื่มพวกเครื่องดื่มชูกำลังอื่นๆ เพราะเครื่องดื่มพวกนี้เต็มไปด้วยน้ำตาล และสารเคมี ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายเราอย่างรุนแรงเลยทีเดียว

12. พยายามขยับทุกๆ 20-30 นาที
image_7998
- ที่มารูป: www.herinterest.com

  ถ้าเรานั่งนิ่งๆ ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ชม.ที่ทำงาน จะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าจนไม่อยากตื่น และ ออกกำลังกาย  ฉะนั้นเราจำเป็นต้องเคลื่อนไหวบ่อยๆ ยืดเส้นยืดสาย หายใจเข้าลึกๆ ระหว่างวัน   ถ้าเราปล่อยให้ความกระตืนรือร้นหายไปอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เรารู้สึกเฉื่อยชา จนเสียแรงผลักดันไป   ฉะนั้น เอ้า! ลุกมาขยับกันหน่อยค่ะ

13. เลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่ชอบ
image_7999
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

    การออกกำลังกายมีหลายอย่าง ต้องมีซักอย่างแหละค่ะ ที่ถูกโฉลกกับเรา  ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ  การวิ่ง  spinning หรือ การเต้น  ถ้าเราได้ออกกำลังกายแบบที่เราชอบ จะทำให้สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง สนุกกับมัน และจะทำให้มีกำลังใจในการออกกำลังกายในทุกๆ วัน

14. ใส่ชุดกีฬาที่น่าดึงดูด
image_8000
- ที่มารูป: www.herinterest.com

   ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงแล้วเสื้อผ้าสำคัญที่สุดเนอะ   ถึงจะออกกำลังกายก็ขอใส่สวยๆ เหมือนเดิมเถอะ   ลองใส่ชุดที่มีสีสัน หรือชุดที่เราเห็นปุ๊ปสะดุดปั๊ป รูปแบบเตะตา ไม่จำเป็นว่าต้องแพงหรอก  แค่ทำให้เป็นเรื่องที่น่าสนุกก็พอค่ะ ^^

15. ดัดตัวขจัดความเหนื่อยล้า
image_8001
- ที่มารูป: www.herinterest.com

     ถ้าวันไหนเราไม่ได้ขยับเป็นเวลานานๆ จะส่งผลต่อระบบทั้งหมดในร่างกาย แล้วจะทำให้เราทำอะไรช้าลง   การทำท่าโยคะ ดัดตัว จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างดี  เพราะจะช่วยในเรื่องกระบวนการย่อยอาหาร และจะทำให้เรามีพลังงานมากขึ้นอีกด้วย

ลองใส่การทำท่าโยคะ ไว้ในชีวิตประจำวันเรา เพื่อทำในเวลาว่างๆ แล้วสาวๆ จะรู้สึกอยากออกกำลังกายโดยไม่ต้องบังคับตัวเองเลยล่ะค่ะ ^^

     เย้!! ด้วยวิธีทั้ง 15 วิธีที่กล่าวมา ก็จะทำให้สาว ๆ สามารถไปออกกำลังกายได้ตามแผน โดยไม่รู้สึกขี้เกียจ หรือ หาข้ออ้างให้ตัวเองแล้วล่ะค่ะ   ทีนี้แหละ  หุ่นในฝันก็ใกล้เข้ามาแล้ว กึ๋ย..กึ๋ย ヾ(◍’౪`◍)ノ゙♡

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @